ไดเอท (Diet) คืออะไร

            คำว่า ไดเอท ค่อนข้างเป็นคำที่คุ้นหู คุ้นปาก โดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองน้ำหนักมากเกินไปแล้ว ต้องระวังปากและเลือกกินให้มากขึ้น จริงๆ แล้ว ไดเอท คืออะไร ลองมาศึกษากัน

ไดเอท (Diet) คืออะไร

            คำว่า Diet ไดเอท นั้น แปลว่า อาหาร แต่ในกลุ่มคนไทยจะเข้าใจตรงกันว่า Diet คือ การควบคุมการรับประทานอาหารโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดน้ำหนัก

Diet แบ่งเป็นกี่ประเภท

          หลักการควบคุมการกินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก มีด้วยกันหลายสูตร ที่จะยกตัวอย่างในบทความนี้ อาจยังไม่ครบทุกวิธีการ ซึ่งจะมีใหม่และติดกระแสนิยมเป็นพักๆ

  1. Atkins Diet เป็นวิธีควบคุมอาหารประเภทแป้งทุกชนิด แต่ยังกินโปรตีนและไขมัน ด้วยหลักการที่ว่า การที่ร่างกายไม่มีแป้งไปเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้งาน จะทำให้ร่างกายดึงไขมันที่อยู่ในร่างกายมาใช้
  2. Carb Cycling เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้ โดยที่ต้องทำการ Low Carb (อาหารประเภทแป้งต่ำ) และ Hi Carb สลับกัน ทำให้ร่างกายต้องปรับตัวเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้อดอยาก การเผาผลาญไขมันจะมีมากขึ้น ทำให้น้ำหนักลด
  3. Intermittent Fasting (IF) มีหลักการคือ อดบ้าง อิ่มบ้าง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง growth hormone ออกมาเผาผลาญไขมัน วิธีนี้จะมีบางวันที่ดื่มน้ำอย่างเดียว
  4. Keto Diet เป็นวิธี Diet ที่ถูกพูดถึงมาก เพราะติดกระแสยอดนิยม เป็นลดการกินคาร์โบไฮเดรต อาหารประเภทแป้ง แต่เติมพวกโปรตีนและไขมัน นอกจากนั้นยังมีประเภท คีโตเจนิค ไดเอท ที่เน้นการกินไขมันสูงมาอันดับหนึ่ง และโปรตีนรองลงตัว ส่วนแป้งกินน้อยมาก
  5. High protein diet เป็นอีกศาสตร์ที่เน้นการกินโปรตีนมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนแป้งและไขมันน้อย
  6. Paleo diet เน้นการรับประทานผลิตภัณฑ์ออแกนิค  อาหารที่ได้จากธรรมชาติ ผัก ผลไม้ ไขมันก็เลือกที่ได้จากพืชและสัตว์ที่เลี้ยงแบบออแกนิคเท่านั้น
  7. Dukan Diet เป็นสูตรเน้นอาหารประเภทโปรตีน ด้วยหลักการว่า โปรตีนจะไม่ไปเพิ่มชั้นไขมันแน่นอน
  8. Vegetarian diet การรับประทานอาหารประเภทมังสวิรัติ คืองดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง

            หลายๆ วิธีดังกล่าว มีคนเชื่อและทดลองทำแล้วได้ผล แต่บางคนก็ลังเลและมักมีการถามไถ่ว่า ทำแล้วน้ำหนักลงจริงหรือ

            ความจริงคือ ศาสตร์แต่ละศาสตร์ มักมีองค์ความรู้ วิธีการ และเคล็ดลับเฉพาะศาสตร์นั้นๆ การจะทำให้ได้ผลต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ดังนั้น ควรศึกษาก่อนเริ่มปฏิบัติให้เหมาะสมกับตัวเอง สุขภาพ อายุ ภาวการณ์ดำเนินชีวิต ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อไม่ให้เกิดผลลบต่อตัวเอง อย่าทำเพราะเลียนแบบผู้อื่น เพราะสุขภาพพื้นฐานตลอดจนภาวะของร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงเหมาะกับวิธีการที่ต่างกัน